Saturday, July 18, 2015

เรื่องเบาๆ ที่ไม่เบาเมื่อเข้าห้องน้ำ

พอถึงวัยหนึ่งจะไม่ค่อยอยากไปเที่ยวนะครับ ด้วยเหตุผลต่างๆ นานา เช่น เบื่ออยากอยู่บ้าน รำคาญรถติดและอีกเหตุผลยอดฮิตก็คือ “ห่วงเข้าห้องน้ำ”

เพราะบางท่านปวดแล้วรอไม่ได้ต้องรีบเข้าเลย หรือบางท่านปวดปัสสาวะบ่อยมากอั้นลำบาก ต้องหยุดรถบ่อย รวมความแล้วคือเรื่องระบบระบายมีปัญหา ส่วนใหญ่ที่ผู้ใหญ่เป็นคือเรื่อง “ปัสสาวะ” ครับ

ปัญหาเรื่องการถ่ายเบาเป็นปัญหาที่ทำให้หลายคนรู้สึก “ไม่เบา” เลยนะครับเพราะมันกลายเป็นสิ่งที่ขัดขวางการใช้ชีวิตอันแสนสุขไป ทำให้การนอนไม่เต็มตา ต้องลุกมาเข้าห้องน้ำ จะหลับจะนอนให้ต่อเนื่องก็สุดวิสัย เพราะตื่นมาแล้วก็ตาค้าง ต้องเลยตามเลยไปดังนั้น ครั้นเกิดปรากฏการณ์หนังไม่จบม้วนอย่างนี้ทุกคืนก็ทำให้สุขภาพแย่ครับ มึนหัว ความดันขึ้น หงุดหงิด ใจสั่น สารพัดสารพันปัญหาสุขภาพเข้ามา แค่เริ่มจากปัญหา “เบา” เพียงเท่านั้น

อาการเบาแยกตามเพศ

อาการปัสสาวะผิดปกตินี่ต้องดูแยกเพศกันครับเพราะบุรุษและสตรีจะมีอาการเบาที่เฉพาะแตกต่างกัน ยกตัวอย่างง่ายๆ ว่าสตรีอาจมีปัสสาวะขัดร่วมกับตกขาว แต่บุรุษจะมีร่วมกับมูกหรือหนองจากปลายท่อปัสสาวะได้ วันนี้เลยขอแบ่งลักษณะความผิดปกติไว้ให้ท่านดูง่ายๆ นะครับ

สตรี

ปัสสาวะบ่อยและขัด นึกถึงทางเดินปัสสาวะติดเชื้อ ปัสสาวะขุ่น อาจเป็นกรวยไตอักเสบ, โรคแพ้ภูมิตัวเอง

ปัสสาวะปนเลือด พบได้ในกระเพาะปัสสาวะอักเสบเฉียบพลัน

ปัสสาวะและปวดท้องน้อย ปวดหลังมีไข้ นึกถึงกรวยไตอักเสบติดเชื้อ

บุรุษ

ปัสสาวะไม่พุ่ง ไม่สุด นึกถึงต่อมลูกหมากโต, มะเร็งต่อมลูกหมาก

ปัสสาวะแสบ มีหนอง น่าจะเป็นท่อปัสสาวะติดเชื้อ, หนองในเทียม

ปัสสาวะออกน้อยและบวม ระวังภาวะไตเสื่อมและโรคไต

ปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน เบาหวานหรือต่อมลูกหมากโต

ทั้งหมดคือเรื่องปัสสาวะผิดปกติที่พบบ่อยครับ ที่จริงยังมีอาการที่พบมากในผู้สูงวัยอีกข้อก็คือเรื่องการ “กลั้นปัสสาวะไม่อยู่” บางท่านจะมีอาการ “กระเพาะปัสสาวะไว" (Overactive bladder) ซึ่งอาการที่ว่าสามารถแก้ได้ด้วยการกินยาและฝึกออกกำลังอุ้งเชิงกราน (Kegel exercise)

ความรู้สึกผิดปกติในร่างกายหลายอย่างสังเกตยากครับsp sa ea sp ea ec sp   แต่ธรรมชาติได้ให้ปัสสาวะไว้ให้เราใช้ดูความผิดปกติข้างในแล้ว ถ้าท่านหมั่นสังเกตโดยเหลียวมองกลับไปสักหน่อยหลังจากเข้าห้องน้ำ ท่านอาจวินิจฉัยบางโรคได้เองโดยไม่ต้องพึ่งผู้เชี่ยวชาญเลย เป็นเคล็ดลับบำบัดเรื่องเบาๆ ครับ

น้ำในหูไม่เท่ากัน โรคอันตรายที่ควรรู้

รู้สึก วิงเวียน รู้สึกหมุน อ่อนแรง  อย่านิ่งนอนใจ ชี้เสี่ยงเป็นได้

                แย่แล้ว แย่แล้ว!! คุณมีอาการเหล่านี้หรือเปล่า ???  รู้สึกวิงเวียน โลกหมุนได้ทั้งใบทั้งๆ ที่หลับตา และเมื่อลืมตาขึ้นก็ยังไม่หยุดหมุน... หรือเริ่มรู้สึกว่าตัวเองกำลังเคลื่อนไหวทั้งที่จริงแล้วคุณกำลังยืน นั่ง หรือนอนอยู่กับที่โดยไม่ได้เคลื่อนไหวใดๆ เลย  และเริ่มรู้สึกว่าทุกอย่างที่กำลังทำมีการเคลื่อนไหวมากกว่าที่เราขยับจริงแล้วละก็ นั่นเป็นสัญญาณเตือนบ่งบอกให้คุฯรู้ว่า ระบบการทรงตัวของร่างกายในหูชั้นใน ซึ่งเป็นระบบที่ช่วยรักษาการทรงตัวของร่างกาย รักษาการมองเห็นให้คงที่ ควบคุมการเคลื่อนไหวของคุณเริ่มมีปัญหาแล้ว และนี่บ่งบอกได้ว่าคุณกำลังเป็น “โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน” แล้ว

              “โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน” เป็นโรคที่แรงดันน้ำในช่องหูชั้นในผิดปกติ ของเหลวที่อยู่ภายในส่วนที่เป็นเยื่อหุ้มภายในจะคั่งมาก ทำให้การไหลเวียนไม่สะดวก แรงดันที่เพิ่มขึ้นในหูชั้นในจะขัดขวางการทำงานของกระแสประสาทที่เกี่ยวกับการได้ยินและการทรงตัว ทำให้สูญเสียการได้ยินและความสมดุล จึงทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะขึ้น เมื่อแรงดันมากขึ้นผู้ป่วยจะรู้สึกตึงๆ ในหูข้างที่ผิดปกติ


            โรคแรงดันน้ำในช่องหูชั้นในผิดปกติ ส่วนใหญ่มักจะไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด ในกลุ่มที่ทราบสาเหตุจะเรียกว่า กลุ่มอาการมีเนีย ได้แก่ โรคซิฟิลิส หูน้ำหนวก เป็นต้น เพราะฉะนั้นโรคนี้จึงรักษาไม่หายขาด เพียงแต่สามารถรักษาอาการเวียนศีรษะให้หายเป็นปกติได้เท่านั้น อาการผิดปกติอาจเกิดขึ้นกับหูเพียงข้างเดียวหรือทั้งสองข้างก็ได้ ระยะแรกๆ มักเป็นข้างเดียว แต่เมื่อเป็นนานๆ เข้า โอกาสที่หูข้างที่สองจะเป็นร่วมด้วยก็มีมากขึ้น

            ส่วนอาการของโรคที่พบบ่อยๆของโรคน้ำในหูไม่เท่ากันจะเริ่มต้นกันด้วยอาการเวียนศีรษะที่รู้สึกเหมือนกำลังหมุนไปพร้อมๆกับอาการคลื่นไส้ อาเจียน เหงื่อออก ลักษณะอาการคือจะเกิดขึ้นในทันทีทันใด อาจจะเป็นอยู่นานกว่า 20 นาที ถึง 2-3 ชั่วโมง อาการดังกล่าวมักเป็นรุนแรง แต่ไม่ทำให้หมดสติหรือเป็นอัมพาต เมื่อหายเวียนศีรษะ ผู้ที่เป็นจะมีความรู้สึกเหมือนเป็นปกติ

ต่อมาเป็นอาการ หูอื้อ อาจจะเป็นชั่วคราวหรือถาวรก็ได้ ถ้าเป็นระยะแรกๆ จะสูญเสียการได้ยินแค่ชั่วคราว หลังจากหายเวียนศีรษะแล้ว การได้ยินจะกลับมาเป็นปกติ แต่ถ้าผู้ป่วยมีอาการเวียนศีรษะบ่อยๆ หรือเป็นมานาน อาการหูอื้อมักจะเป็นถาวร บางครั้งอาจถึงขั้นหูหนวกไปเลยก็เป็นได้

อาการที่มีเสียงดังในหูและ อาการตึงๆ ภายในหูคล้ายกับมีแรงดัน ผู้ป่วยจะมีเสียงดังในหูข้างที่ผิดปกติ และจะเกิดแรงดันของน้ำอาการของโรคน้ำในหูไม่เท่ากันนี้อาจเป็นได้ตลอดเวลาหรือเป็นเฉพาะขณะที่เวียนศีรษะ

แล้วเมื่อเป็นแล้วควรทำอย่างไร.....

               ง่ายๆ เพียงมีการควบคุมอาหาร ลดอาหารที่มีรสชาติเค็ม โดยจำกัดเกลือ ขอแนะนำนะค่ะว่าให้เติมเกลือลงในอาหารวันละไม่เกิน 2 กรัม หรือประมาณ 1 ช้อนชาเท่านั้น   ส่วนการรักษาโดยการใช้ยาเรามีหลายชนิดมาแนะนำเช่นกันค่ะไม่ว่าจะเป็น  ยาขับปัสสาวะ เพื่อลดสภาวะอาการบวมและคั่งของน้ำในหูชั้นใน   ยาลดอาการเวียนศีรษะและคลื่นไส้อาเจียน ควรใช้ในขณะที่มีอาการเท่านั้น   ยากล่อมประสาทและยานอนหลับ เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยผ่อนคลายและนอนหลับได้เป็นปกติ และ   ยาขยายหลอดเลือด เพื่อช่วยลดอาการบวมและคั่งของน้ำในหูชั้นใน
      
               หากยังไม่ดีขึ้นก็ควรที่จะไปรับการรักษาจาก แพทย์เพื่อที่จะรับการพิจารณาและทำการผ่าตัดต่อไป แต่สิ่งที่ดีที่สุดของการรักษาคุณควรที่จะรับประทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่และทำร่างกายให้แข็งแรง สมบูรณ์ เพียงแค่นี้โรคต่างๆก็ไม่สามารถมาเคาะประตูหน้าบ้านของคุณได้แล้ว

No comments:

Post a Comment